บ็อบบี้ ฟีร์มิโน่: ปิดฉากเส้นทาง 8 ปีกับทัพหงส์แดง

บ็อบบี้ ฟีร์มิโน่: ปิดฉากเส้นทาง 8 ปีกับทัพหงส์แดง

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา แน่นอนว่าทุกสายตาต่างก็โฟกัสที่ไปเกมแดงเดือดการปะทะกันระหว่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กับทีมคู่ปรับตลอดกาลอย่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เพราะสกอร์มันห่างไกลเหลือเกิน ลิเวอร์พูล ถล่มไปแบบยับเยิน 7-0 พร้อมทำลายสถิติหลาย ๆ ในเกมบิ๊กแมตช์ที่ทั้งสองทีมพบกันมา

แต่มีอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจ เป็นข่าวที่แฟนบอลของ ลิเวอร์พูล ต่างรู้สึกเศร้าและเคล้าความยินดี เรียกได้ว่าปรับอารมณ์กันไม่ถูกคือการประกาศอำลาทีมของ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ดาวยิงตาละม้ายคล้ายลูกอาหลอง ที่จะย้ายออกจากทีมเมื่อสัญญาหมดลง

ตอนแรกสถานการณ์ของเขาเหมือนจะทุกอย่างจะไปได้สวย มีโอกาสที่จะอยู่กับทีมต่อไปอย่างน้อยอีก 1 ฤดูกาล เพราะบทสัมภาษณ์ต่าง ๆ ที่ออกมาจากตัวเขา รวมไปถึงเอเย่นต์ และเยอร์เก้น คล็อปป์ ต่างเป็นในทิศทางที่เขาจะอยู่กับทีมต่อ

อย่างไรตาม โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ เลือกที่จะอำลาทีม หยุดเส้นทางการค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์เอาไว้ที่ 8 ปี ซึ่งตลอดเวลาที่เขาอยู่กับทีม กลายเป็นขวัญใจของแฟนบอลอย่างไรต้องสงสัย

๐ เด็กหนุ่มจากบราซิลสู่การโลดแล่นในแดนยุโรป

สำหรับ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ เป็นเด็กหนุ่มจากเมืองมาเซโอ้ ในรัฐอลาโกอาส ทางตอนทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบราซิล ติดชายทะเลของมหาสมุทรแอตแลนติก ห่างไกลจากเมืองหลวงอย่าง บราซีเลีย ราว ๆ 2,500 กิโลเมตร

ถือว่าเป็นสถานที่ ที่อันตรายที่สุดเมืองหนึ่งในบราซิล เขาเกิดเมืองเดียวกับ เปเป้ ปราการหลังจอมโหดที่ปัจจุบันเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกส และมาริโอ ซากัลโล่ ยอดแข้งตำนานทีมชาติบราซิลที่ถูกจารึกว่าเป็นบุรุษคนแรกที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในฐานะนักเตะและผู้จัดการทีม

ในตอนเด็กแถวบ้านของเขาถือว่ายังไม่ได้รับความเจริญมากนัก ไฟฟ้ามักจะดับอยู่บ่อย ๆ เขาเป็นเด็กขี้อาย รูปร่างผอม และชื่นชอบการเล่นฟุตบอลจนแอบโดดเรียนไปเล่นกับเพื่อน ๆ อยู่เสมอ

เขาเหมือนกับเด็กน้อยชาวบราซิลคนอื่น ๆ ที่มีฟุตบอลเป็นกีฬาในดวงใจและใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เขาไต่เต้าจากทีมระดับเยาวชนของ CRB ทีมในเมืองเกิด คนที่ค้นพบเขาคือ มาร์เซลลัส พอร์เตลล่า ซึ่งเป็นทันตแพทย์

เดิมที่แล้วเขาเริ่มเล่นฟุตบอลในตำแหน่งกองหลังและมิดฟิลด์ตัวรับ แต่ด้วยทักษะการครองบอลของเขาที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม เขาผ่านการเล่นทัวร์นาเมนท์ในประเทศ จนได้เซ็นสัญญาอาชีพกับ ฟิกูเรนเซ่ หลังผิดหวังจากการทดสอบฝีเท้ากับ เซา เปาโล ทีมใหญ่ในบราซิล

การย้ายมาอยู่กับทีมทางตอนใต้ เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมได้รับความสนใจจากเหล่าแมวมองทั้งในประเทศและสโมสรจากยุโรป ถูกโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมในดิวิชั่นของของบราซิล

ทำให้ในช่วงตลาดหน้าหนาวปี 2010 เจ้าตัวตัดสินใจย้ายข้ามทวีปมาค้าแข้งกับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาได้ 2 ปีเศษ ภายใต้การคุมทีมของ มาร์โก เปซไซอูโอลี่ กุนซือชาวอิตาลี อดีตผู้ช่วยของ ราล์ฟ รังนิค

หลังจากย้ายมาเขาใช้เวลาในการปรับตัวไม่นานได้ลงเล่นกับทีมไป 11 เกมในช่วงครึ่งหลังของซีซั่นยิงไป 3 ประตู

หลังจากทีมมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือ มาร์คุส บับเบิ้ล อดีตแนวรับของ ลิเวอร์พูล ได้เข้ามาคุมทีม เขากลายเป็นตัวหลักทันที แม้จะมีการเปลี่ยนมืออีกครั้งจาก บับเบิ้ล มาเป็น มาร์คุส กิสโดล

ซึ่งในฤดูกาล 2013-14 เขาได้ค้นพบตำแหน่งของตัวเอง หลังถูกโยกไปเล่นทุกหมุดในแนวรุก ซึ่งตำแหน่งที่เขาถนัดที่สุด คือการเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกหรือหน้าต่ำ 37 เกมในทุกรายการยิงไป 22 ประตู และ 16 แอสซิสต์ คว้ารางวัลผู้เล่นที่พัฒนาฝีเท้าได้อย่างโดดเด่นของบุนเดสลีกา เยอรมัน ซีซั่นดังกล่าว

๐ สมบัติที่ ร็อดเจอร์ส ทิ้งไว้

ย้อนกลับไปในฤดูกาล 2015-16 แบรนดอน ร็อดเจอร์ส ที่พาทีมใกล้เคียงกับการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อซีซั่น 2013-14 จัดการเสริมทัพคว้าตัว โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ เข้ามาร่วมทีมด้วยค่าตัวที่ถือว่าไม่น้อยเลย 29 ล้านปอนด์

การมาเล่นในอังกฤษถือว่าไม่ง่ายสำหรับเขา กว่าจะยิงประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ต้องรอถึงแมตช์เดย์ที่ 13 ในการบุกถล่ม แมนฯซิตี้ 4-1 เขายิง 1 ประตู และ 2 แอสซิสต์ ในเกมดังกล่าว

ในช่วงเดือนธันวาคม ลิเวอร์พูล มีการเปลี่ยนแปลง แบรนดอน ร็อดเจอร์ส ถูกปลดออกจากตำแหน่งกุนซือ หลังพาทีมเอาชนะได้แค่เกมเดียวจาก 9 นัดหลังสุด เข้าสู่ยุคใหม่ได้ยอดเทรนเนอร์จาก เยอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามา

เขาคือหนึ่งในสมบัติที่แบรนดอน ร็อดเจอร์ส ทิ้งเอาไว้ และผู้มาใหม่อย่าง คล็อปป์ ก็ไว้วางใจเลือกใช้งานเขาตลอดในหลากหลายตำแหน่ง ฟอร์มดีถึงขั้นคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกประจำเดือนมกราคมปี 2016

กลายเป็นแกนหลักสำคัญในช่วงก่อร่างสร้างทีม “หงส์แดง” ของกุนซือชาวเยอรมันที่เลือกใช้งานอยู่บ่อย ๆ หากไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ

“เขาคือผู้เล่นที่มีทักษะยอดเยี่ยม และนี่คือผู้เล่นที่ดีที่สุดในบุนเดสลีกา ตั้งแต่วันแรกที่ได้เห็นฝีเท้าของเขา ก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือยอดนักเตะ สมัยที่ผมอยู่ ดอร์ทมุนด์ ได้ยินว่า ลิเวอร์พูล คว้าตัวเขาผมรู้ได้ทันทีว่าพวกเขาได้ของดีไปอยู่กับทีม” คล็อปป์ กล่าวถึง ฟีร์มิโน่ ในตอนเข้ามารับตำแหน่งกุนซือ “หงส์แดง”

“ทุกคนรู้ดีว่าเขาเป็นนักเตะที่มีคุณภาพสูง สามารถเล่นได้หลายตำแหน่งในแนวรุก และนี่คือนักเตะคนสำคัญของเรา”

สู่ยุค 3 ประสาน SMF “หิน เหล็ก ไฟ”

การเข้ามาของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ได้เสริมทัพแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยในช่วงซัมเมอร์ปี 2016 เขาเลือกคว้าตัว ซาดิโอ มาเน่ แนวรุกจาก “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยค่าตัว 34 ล้านปอนด์ เข้ามาเพิ่มความอันตรายในแนวรุก พร้อมด้วยแดนกลางอย่าง จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม ทีมเริ่มแข็งแกร่งขึ้น พัฒนาจนจบอันดับ 4 ของตารางได้โควตาไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ครั้งแรกในรอบ 2 ปี

โดยในช่วงซัมเมอร์ปี 2017 ได้เติมโมฮาเหม็ด ซาลาห์ เข้ามาจาก “หมาป่าแห่งกรุงโรม” อาแอส โรม่า ในตอนนั้นทีมกำลังมีความหวังจะก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ เพราะตัวแนวรุกที่มีอยู่แล้วคือ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่ และฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กลายเป็นการฟอร์มวงใหม่ที่ได้ฉายาว่า “4 เต่าทอง” ตามแบบวงดนตรี Pop Rock ชื่อดังของเมืองลิเวอร์พูล

แต่คนที่ดังอยู่แล้วอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ดันออกลูกงอแงดังแล้วอยากแยกวง ประกาศย้ายทีมใน 2 วันก่อนจะเปิดฤดูกาลนี้ เยอร์เก้น คล็อปป์ พยายามประวิงเวลายื้อเขาเอาไว้ เพราะแผนที่วางทั้งหมดมีอันต้องปรับใหม่ “คูตี้” ไม่ค่อยได้เล่นกับ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่ และโม ซาลาห์ มากนัก เพราะเขามีอาการบาดเจ็บ

จนสุดท้ายก็ได้ย้ายไปอยู่กับ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ทีมในฝันอย่างสมใจ แนวรุกจาก “4 เต่าทอง” ได้กลายเป็น SMF ที่ตัวย่อคล้ายกับวงร็อกบ้านเราอย่าง “Stone Metal Fire” หรือ หิน เหล็ก ไฟ

ส่วนฤดูกาลที่เขาเล่นได้อย่างโดดเด่นที่สุดคือปี 2017-18 เขาลงเล่นไป 54 เกมในทุกรายการยิงไป 27 ประตู และ 17 แอสซิสต์ ในตำแหน่งฟอลส์ไนน์ พาทีมจบอันดับ 4 ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่แพ้ให้กับ เรอัล มาดริด

ซึ่งตลอดเวลาที่ทั้ง 3 คนประสานงานกัน ลงเล่นไปทั้งหมด 731 เกม กดรวมกันไป 338 ประตู เรียกได้ว่าพวกเขาคือสานประสานในเกมรุกที่ดีที่สุดของลิเวอร์พูลก็ว่าได้ ประสบความสำเร็จในทุกรายการที่ลงเล่นได้กันมาทุกแชมป์

๐ แดงเดือดครั้งสุดท้าย

กล่าวอย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่า โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ คือนักเตะที่เหล่าแฟนบอล “เดอะ ค็อป” รักมากที่สุดคนหนึ่ง นี่คือผู้เล่นที่ไม่เคยงอแง เรียกร้องค่าเหนื่อยหรือบีบให้สโมสรต่อสัญญา เขาพร้อมลงเล่นในทุกบทบาทที่ได้รับ ไม่เคยบ่นหรือมีข่าวด้านลบทั้งในและนอกสนาม

ตั้งแต่เล่นในอังกฤษมาเคยเห็นเขาน็อตหลุดแค่เพียงครั้งเดียวในเกมเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ ที่ถูก เมสัน โฮลเกต แนวรับของ เอฟเวอร์ตัน กระแทกจนปลิวไปชนกับป้ายโฆษณา นี่คือครั้งเดียวที่พอนึกออก นอกนั้นไม่มีเลย เพราะเขาคือผู้เล่นที่เล่นฟุตบอลด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าเสมอ

เป็นผู้เล่นประเภทที่ไม่มีความเห็นแก่ตัว ชนิดที่ว่าใคร ๆ ก็ดูออก เขาไม่เคยเล่นเพื่อตัวเองเลย ทุกจังหวะในการตัดสินใจหมายถึงทีมจะได้รับประโยชน์ที่สุด เขาดูสนุกและเต็มที่ไปกับการวิ่งสร้างสรรค์เกมให้ 2 คู่หูในแนวรุกอย่าง ซาลาห์ และมาเน่

ในศึกแดงเดือดที่เพิ่งจบลงไปที่ ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์ถล่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 7-0 นี่คือแดงเดือดครั้งสุดท้ายของเขาหลังได้ประกาศอำลาทีม

เขาถูกส่งลงสนามมาในช่วงท้ายเกม และเป็นคนยิงประตูสุดท้ายลูกที่เจ็ดปิดกล่องให้ทีมเอาชนะไปอย่างสวยงาม ยิงประตูใส่ทีมคู่อริในเกมนัดสุดท้ายต่อหน้าแฟน ๆ ในสนามแอนฟิลด์ เรียกได้ว่ามันคือการปิดฉากศึกแดงเดือดของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เขาลงเล่นในเกมแดงเดือดไปทั้งหมด 18 ครั้งในทุกรายการ สถิติอาจจะไม่โดดเด่นยิงได้ 4 ประตู และ 4 แอสซิสต์

“ผมเลือกโมเมนต์ที่ดีสุดของในค่ำคืนนี้คือการที่ “บ็อบบี้” ลงไปยิงประตู นี่คือช่วงเวลาที่พิเศษที่สุด มันไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายสำหรับเขา เขาได้รับการต้อนรับที่ยอดเยี่ยมมาก นี่คือประตูที่เขาต้องการมากที่สุดจากประตูที่น่าทึ่งทั้งหมด” คล็อปป์ กล่าว

๐ เส้นทางต่อไป

สำหรับอนาคตต่อไปของ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามว่าสุดท้ายแล้วเขาจะย้ายไปที่ไหน?

แน่นอนว่าผู้เล่นระดับท็อปแบบเขา ต้องตกเป็นที่หมายปองของบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปเมื่อเข้าสู่การเป็นแข้งฟรีเอเย่นต์

อย่างไรก็ตามเขาเลือกแจ้งกับเอเย่นต์ว่าไม่ต้องการเจรจากับสโมสรอื่น ในช่วงเวลาที่เขายังเหลือสัญญากับ ลิเวอร์พูล เพราะมีเป้าหมายอยากจะมีสมาธิทุ่มเทกับทีมให้มากที่สุด เพื่อเป็นส่งท้ายช่วงเวลา 8 ปีที่อยู่กับสโมสร

“แผนของเราในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า มันเป็นแผนของ โรแบร์โต้ ที่อยากจะแสดงให้ผู้จัดการทีมและสโมสรลิเวอร์พูลได้เห็นฟอร์มที่ดีที่สุดของเขา เพื่อเป็นการบอกลาทีม นี่คือสิ่งที่เขาต้องการจะทำ” โรเจอร์ วิตต์มันน์ เอเย่นต์ของเขากล่าว

“เขาไม่มีแผนเกี่ยวกับอนาคตในเร็ว ๆ นี้ เขาแจ้งกับผมในการเจรจากับ ลิเวอร์พูล ว่าไม่ต้องการพูดคุยกับสโมสรอื่น ๆ ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น”

“ผมเซอร์ไพรส์มาก เพราะนี่คือครั้งแรกในชีวิตของการทำงานเป็นเอเย่นต์กับนักเตะที่กำลังจะหมดสัญญาแจ้งกับผมว่าเขาไม่ต้องการคุยกับทีมอื่น เพราะแรงจูงใจของเขาไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน มันยังห่างไกลเรื่องนั้น และมันเป็นการตัดสินใจร่วมกันกับลิเวอร์พูล”

“สโมสรให้เวลากับเขาอย่างเต็มที่ ไม่เคยกดดัน และตัวเขาเองก็ไม่เคยเปรียบเทียบเพื่อจะคุยกับสโมสรอื่น ๆ สำหรับเราแล้วถ้าทำแบบนั้นมันจะง่ายกว่า แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ มันเป็นแนวทางเฉพาะตัวของเขา เชื่อผมเถอะ มันไม่เหมือนกับการทำธุรกิจทั่วไป”

เรียกได้ว่าถึงเวลาที่ต้องจากกัน.. เขาก็ยังทำเพื่อสโมสรและแฟนบอลเสมอ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเขาถึงกลายเป็นที่รักของเหล่า “เดอะ ค็อป” ทั่วโลก

สุดท้ายไม่ว่าเขาจะย้ายไปที่ไหน..

แน่นอนว่าแฟนบอลจะจดจำ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ในฐานะของหนึ่งในสามประสานที่ดีที่สุดตลอดกาล และหนึ่งในตำนานสโมสรอย่างไม่ต้องสงสัย…