ซิโมเน่ อินซากี้ กุนซือของ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินที่เป่าฟาลว์เร็วจนเกินไป ทำให้พวกเขาพลาดได้ประตูทิ้งห่าง จนสุดท้ายโดนมอนซ่าตามตีเสมอ
โดยในเกมนี้ อินเตอร์ มิลาน ที่กำลังมั่นใจหลังเอาชนะจ่าฝูง นาโปลี ในสัปดาห์ก่อน ต้องออกไปเยือน มอนซ่า ทีมน้องใหม่ พวกเขาเริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยมเพียงแค่ 10 นาทีก็ได้ประตูออกนำจาก มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน
แต่ทว่าดีใจไม่ถึงนาทีก็โดนแพทริค ซิเออร์เรีย ทำประตูตามตีเสมอ หลังจากนั้นพวกเขาก็มาได้ประตูออกนำอีกครั้งจาก เลาตาโล่ มาร์ติเนซ ในนาทีที่ 22 และครองเกมเอาไว้ได้หมด จนมาเกิดปัญหาเมื่อ ฟรานเชสโก้ อแซร์บี้ ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย
แต่ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ว่า โรแบร์โต้ กาญาร์ดินี่ ไปผลักปาโบล มารี แต่ทว่าจังหวะดังกล่าวเขาสะดุดขาเพื่อนร่วมทีมอย่าง อาร์มานโด้ อิซโซ่ ล้มเอง เมื่อเป่าไปแล้ว VAR ไม่สามารถเช็คย้อนหลังได้ เพราะถือว่าเป่าก่อนที่บอลเข้าข้ามเส้นประตู
ทำให้ยังนำแค่ 2-1 พวกเขาพยายามคุมเกมแต่ก็มาพลาดท่าเสียประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+3 จากการทำเข้าประตูตัวเองของตัวสำรอง เดนเซน ดุมฟรีย์ ส่งผลให้จบเกมเสมอกันไป 2-2
ทำให้ ซิโมเน่ อินซากี้ กุนซือของ อินเตอร์ มิลาน ไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน โดยตำหนิว่าควรจะให้นักเตะเล่นไปจนจบจังหวะเสียก่อน และเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาได้แค่ผลเสมอออกมา
“เราโกรธมาก เพราะเห็นได้ชัดว่ามันเป็นการตัดสินที่ผิดพลาด หลังมีการใช้ VAR มา 5 ปี ผู้เล่นของมอนซ่าสะดุดขากันเองแต่กลับเป็นจังหวะฟาวล์ ทุกคนต่างก็รอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น
มันน่าเสียดาย เราควรขึ้นนำ 3-1 จากลูกยิงชนเสาของ มาร์ติเนซ แต่ตอนนี้กลับต้องมาพูดถึงผลเสมอแทน มันเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงจริง ๆ” อินซากี กล่าว
ทั้งนี้ อินเตอร์ มิลาน ลงเล่นเกมลีกนอกบ้านไปแล้ว 9 นัด ไม่สามารถเก็บคลีนชีตได้เลย กุนซือวัย 46 ปีมองว่านี่คือปัญหาใหญ่ของพวกเขา
“เห็นได้ชัดว่ามันเป็นความจริงที่เกมรับของเราเสียประตูนอกบ้าน มากกว่าการเล่นที่ซาน ซีโร่ เราควรมีเกมรับที่รัดกุมมากกว่านี้ เราเน้นการประกบเพิ่มความระมัดระวัง 3 เท่า แต่มันก็มีช่องว่าง และก็เสียประตูอีกครั้ง”







